คำถามที่พบบ่อย

                                                                "ยาหอมภูลประสิทธิ์"

- คำถามของผู้ใช้ยาหอมภูลประสิทธิ์
มีข้อสงสัยอย่างที่สุด....ซื้อยาหอมทานเป็นประจำ ที่ขายกระปุกละ 200 บาทแต่....เดี๋ยวนี้ มีแค่ครึ่งกระปุกเองครับ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคไปหน่อยหรืออย่างไรครับ ถ้าถามว่า ยาดีหรือเปล่า ยาดีครับ.....แต่แพงใช้ได้เลย .....ถามว่า ต้องการกำไรเปล่า ก็ถูกต้องแต่ ก็อย่าให้มันมากนักนะครับ


- คำตอบของผู้ทำยาหอมภูลประสิทธิ์
น้ำหนักยาหอมภูลประสิทธิ์ในตลับราคา 200 บาท มีน้ำหนักยาสุทธิ 2 กรัมตามฉลากกำกับยา และใช้เครื่องชั่งดิจิตอลอย่างเที่ยงตรงเพื่อชั่งยาลงตลับให้มี นน.ตามที่แจ้งนั้นอย่างซื่อสัตย์
ทั้งนี้น้ำหนักยาไม่ได้เกี่ยวข้องใดใดกับขนาดของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งบรรจุภัณฑ์นี้ใช้กันมานานไม่ต่ำกว่า30ปีแล้ว และไม่เคยเปลี่ยน แต่บางครั้งหากอากาศเย็นชื้นมาก ตัวยาอาจยุบตัวลงตามสภาพอากาศ จึงเห็นเหมือนยาน้อยลง แต่ที่จริงแล้วเท่าเดิม
ฉะนั้นการที่เห็นตัวยาเพียงครึ่งตลับมิได้หมายความว่าน้ำหนักเฉพาะตัวยาจักไม่ได้2กรัมตามฉลากแต่อย่างใดไม่ แต่เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานยาจะได้ไม่หกเลอะเทอะเพราะผู้ใช้ส่วนมากสูงอายุแล้ว อีกทั้งช่องว่างในตลับจะทำให้กลิ่นหอมของยาอบอวลอยู่ภายในได้มากกว่า

- คำถามของผู้ใช้ยาหอมภูลประสิทธิ์
ทำไมผงยาหอมภูลประสิทธิ์ชื้นมากจนติดเกาะที่ข้างขวดค่ะ แล้วคุณภาพของยาจะลดลงไหมค่ะ?
- คำตอบของผู้ทำยาหอมภูลประสิทธิ์
ยาหอมภูลประสิทธิ์ใช้น้ำมันชะมดเช็ดในปริมาณที่มากตามสูตรตำรับดั้งเดิม และไม่เคยเปลี่ยนหรือลดทอนลง เป็นธรรมดาที่น้ำมันมีความเหนียวอยู่บ้างจนอาจเกาะข้างบรรจุภัณฑ์ได้ให้ใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยเบาๆก็หลุดออกมาแล้ว และใช้ได้ตามปกติคงคุณภาพครบถ้วนบริบูรณ์

- คำถามของผู้ใช้ยาหอมภูลประสิทธิ์
ยาหอมภูลประสิทธิ์ทำไมแพงมากขนาดนั้นค่ะ แต่ยอมรับว่าดีจริงๆ เวลาใช้ต้องถนอมใช้กลัวจะหมดเร็ว แพงเหมือนยาเทวดาเลยค่ะ
- คำตอบของผู้ทำยาหอมภูลประสิทธิ์
เครื่องปรุงหอมในยาหอมภูลประสิทธิ์มีราคาสูงมาก เช่นพิมเสนในปล้องไม้ไผ่มีราคาต่อกิโลกรัมละหลายแสนบาท ชมดเช็ดมีราคาต่อกิโลกรัมสูงถึงสองแสนบาท อีกทั้งกรรมวิธีขั้นตอนการปรุงที่ใช้เวลาและกำลังแรงงานมาก เสียต้นทุนค่าแรงงานสูงมากๆ
ของถูกไม่มีดี ของดีไม่มีถูก จะทั้งดีทั้งถูกไม่มีหรอกครับ

- คำถามของผู้ใช้ยาหอมภูลประสิทธิ์
กล่องยาหอมสีฟ้า กับกล่องสีเหลือง อันไหนคุ้มค่าซื้อมากกว่ากันครับ เข้าใจนะครับคนซื้อก็ต้องการซื้อที่คุ้มเงินที่สุด?
- คำตอบของผู้ทำยาหอมภูลประสิทธิ์
ขนาดบรรจุกล่องสีฟ้า 0.25 กรัมในราคาขวดละ 50- ส่วนขนาดบรรจุกล่องสีเหลือง 2 กรัมเท่ากับขนาดบรรจุ 0.25 กรัม 4 ขวดพอดี
ฉะนั้นไม่ว่าจะซื้อแบบไหน น้ำหนักยาและราคาก็เท่ากันครับ อยู่ที่คุณจะสะดวกใช้แบบไหนมากกว่า

- คำถามของผู้ใช้ยาหอมภูลประสิทธิ์
ดิฉันจำเป็นต้องใช้ยาหอมภูลประสิทธิ์เป็นประจำขาดไม่ได้เลย ไปใช้ยี่ห้ออื่นก็ไม่เหมือนกัน
เลยเกรงว่าถ้าต่อไปยาไม่มีดิฉันคงลำบากมาก อย่าเลิกผลิตนะค่ะ?
- คำตอบของผู้ทำยาหอมภูลประสิทธิ์
ต้องเรียนตามตรงว่าวันหน้าอนาคตไม่แน่นอนครับ เพราะตัวยาหายากมากขึ้นทุกวันราคาก็สูงไปเรื่อยๆ อีกทั้งตัวยาส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติเท่านั้นและในตำรับยานี้ใช้ตัวยารวมกันเกิน30ชนิดขึ้นไป
มีใช้ก็ใช้เถอะครับ วันหน้าจะมีให้ใช้ต่ออีกไหมตอบไม่ได้ครับ ถ้าหาตัวยาได้ไม่ครบถ้าตัวยาราคาสูงเกินไปคงเลิกทำแล้วครับ ได้ไม่คุ้มเสียครับขอเข้าใจด้วย

- คำถามของผู้ใช้ยาหอมภูลประสิทธิ์
ข้องใจมากครับว่าทำไมหาซื้อยาหอมภูลประสิทธิ์ยากมากครับ ทำไมคุณไม่วางขายตามร้านขายยาทั่วไป?
- คำตอบของผู้ทำยาหอมภูลประสิทธิ์
ขอบคุณที่ถามคำถามนี้มาครับเพราะยากตอบมานานแล้ว
หนึ่งเพราะยาหอมภูลประสิทธิ์ไม่สามารถผลิตเป็นจำนวนมากๆได้ด้วยไม่มีเครื่องยาพอผลิตด้วยหายากและราคาสูง ไม่สามารถผลิตเป็นอุตสาหกรรมได้เพราะวัตถุดิบไม่เพียงพอ
สองขั้นตอนการปรุงสลับซับซ้อนมากๆโดยเฉพาะการหุงกระแจะยาใช้ทั้งเวลาและกำลังคนมาก จึงไม่สามารถผลิตปริมาณมากๆได้ด้วยเพราะทำมือทั้งหมด เครื่องจักรทดแทนไม่ได้
จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้ไม่สามารถมีสินค้าวางจำหน่ายทั่วไปได้ อีกทั้งยามีราคาแพงคนซื้อที่ไม่เคยใช้มาก่อนมักว่ากล่าวผู้ทำจนบางครั้งเสียกำลังใจไปเลย

คำถามทั่วไป

หายช้า-เร็ว ขึ้นกับอาการที่เป็น หรือระยะเวลาเจ็บป่วยเรื้อรังมานานขนาดไหน อีกประการคือได้รับยาถูกกับ สมุหฐานของอาการที่เกิดไหม ถ้าทานยาไปประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว อาการไม่เริ่มดีขึ้น แสดงว่า ยานั้นไม่ถูกกับสมุหฐานอาการ หรือ ไม่ถูกกับธาตุกำเนิดของเรา ให้เปลี่ยนยาขนานใหม่

มี โดยเฉพาะประเภทยารุ เช่น ยาพิษพินาศ ยาทำลายพระสุเมรุ เป็นต้น เพราะต้องขับของเสีย หรือ อนุมูลอิสระ ออกจากร่างกาย แต่ก็มีวิธีแก้ไขเบื้องต้น คือ ลดปริมาณยา/มื้อลง หรือ เลิกทานจนอาการข้างเคียงหมดไปแล้วเริ่มทานจากน้อยไปหามาก แบบค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อทานยารุจบขนานแล้ว ควรไปหาหมอเพื่อรับยาล้อมถัดไป และอีกครั้งเมื่อไปรับยารักษา หมอจะได้ตรวจดูอาการในแต่ละขั้นตอน แต่หากได้รับยารุ/ล้อม/รักษาไปพร้อมกัน ให้สังเกตุดังนี้ เมื่อรุแล้วอาการต้องดีขึ้นประมาณ 30% และเมื่อหมดยาล้อม อาการข้างเคียงของโรคหลักต้องทุเลาลง แสดงว่ายาทำงานอย่างได้ผลดี

ต้องขอน้อมรับความจริงอันนี้อย่างที่สุด เนื่องจากยาแผนไทยยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก การจะขยายไปขายตามร้านขายยาทั่วประเทศทำได้ยาก อีกประการ การจ่ายยาแผนไทยต้องมีผู้รู้จึงจ่ายได้ถูกต้องตาม สมุหฐานอาการที่เกิด จึงได้ผลดี เภสัชกรแผนไทยที่จัดเจน หายากมากๆ ต้องกราบขออภัยมา ณ.ที่นี้

คนขายคงบอกไม่ได้ใส่แน่นอน แต่วิธีที่จะรู้ได้ว่ามีสตีรอยด์หรือไม่ มีหลากหลายวิธี

1.ส่งแลปตรวจ ซึ่งคงยุ่งยากซับซ้อนเกินไป แต่เป็นวิธีที่ดีที่สุด

2.ให้ตรวจดูว่า ยานั้นมีเลขทะเบียน G จากอย.หรือไม่

3.กินยาแล้วหายเร็ว มียาไทยน้อยขนานมากที่ทำได้รวดเร็วทันใจดังเช่นยาเคมีปัจจุบัน
4.อย่าซื้อยาตามข้างถนนหรือแม้แต่ได้รับจากวัดวาอาราม

ยาแผนไทยทำจากสมุนไพรพืชพรรณธรรมชาติ ไม่ได้รับการปรุงแต่งสกัดจากเคมีใดใดทั้งสิ้น จึงต้องทานยาเอาปริมาณเพราะต้องทานร่วมกับกากยาไปด้วย ซึ่งจะถูกขับถ่ายออกมาคงไว้แต่เนื้อยาที่ใช้ในการรักษา

โรคที่ต้องใช้การรักษาแบบผ่าตัด เพราะแผนไทยผ่าตัดไม่ได้ หรือโรคร้ายแรงต่างๆที่ต้องใช้การรักษาแบบรวดเร็วปัจจุบัน เช่น โรคมะเร็งระยะต่างๆ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง แผนไทยแนะนำโรคพื้นฐานทั่วๆไป เช่น อาการออฟฟิสซินโดรม ปวดหัว ไมเกรน กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ เครียด ปวดตามเนื้อตัวต่างๆเป็นต้น

ถ้าเส้นตึงมากๆ หรือมีอาการอักเสบของเส้นเอ็น/ผังผืด/กล้ามเนื้อ ไม่ควรนวด ควรเริ่มจากการอบตัวเสียก่อน หากมีภาวะความดันโลหิตสูง ให้ใช้วิธีประคบแทนจนเส้นต่างๆเริ่มหย่อนลงบ้าง จึงทำการนวดได้

ชมดเช็ด ปัจจุบันราคาขึ้นไปถึงกิโลกรัมละสองแสนกว่า และมีจำนวนน้อย ในตำรับยาหอมภูลประสิทธิ์ใช้ชมดเช็ดเป็นจำนวนมากผสมปรุงยา อีกประการชมดเชียงก็หายาก ราคาแพงพอๆกับทองคำ

เนื่องจากทำมาจากสมุนไพรธรรมชาติล้วนทั้งสิ้น จึงถูกขับถ่ายออกไปตามธรรมชาติไม่มีฤทธิ์ตกค้างในร่างกายได้ เช่นยาเคมี

ไม่ได้แน่นอน เพราะรสของยาจะขัดกัน เช่นยาบางขนานรสร้อน ถ้าทานไปพร้อมกับยารสเย็น ร้อนเจอเย็น อาจทำให้อาการเจ็บป่วยไม่ดีขึ้น แถมยังได้อาการเพิ่มอีกต่างหาก ควรสอบถามเภสัชกรให้ชัดเจนและปฏิบัติตาม ไม่ควรเร่งทานยา เพื่อรีบหายเร็วๆ

ต้องดูตามอาการที่เกิดขึ้น ณ.ปัจจุบันเป็นหลัก ว่าอาการใดหายไปหรือดีขึ้น อาการใดคงอยู่ ก็ต้องรักษากันต่อไป เช่นทานแต่ยารุ พิษพินาศ แล้วอาการดีขึ้น สิวลดลง จึงหยุดยาไป แล้วกลับมาเป็นอีกอย่างนี้ ก็ต้องเริ่มต้นยารุกันใหม่

ถ้าสรรพคุณของยาไปในทิศทางเดียวกัน ก็เสมือนหนุนช่วยซึ่งกันและกัน ยาจากธรรมชาติคงไม่สามารถไปทำให้สรรพคุณยาจากเคมีเจือจางไปได้ หากทานยาประจำอยู่ ก็ควรทานเป็นปกติไม่ควรหยุดยาแต่อย่างใด

ไม่ได้แน่นอน ยารุ เข้าไปล้างสิ่งสกปรกภายในร่างกาย อาการจึงเริ่มดีขึ้นแต่ไม่ได้หมายความว่าหายแล้ว ต้องทำการล้อมอาการคืออาการข้างเคียง แล้วจึงรักษาอาการหลัก คำว่าหายถาวรจึงใช้ได้

การนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้แค่สบายขึ้นชั่วคราวแต่สักสองสามวันอาการก็อาจกลับมาเป็นได้อีก แต่การนวดรักษา เมื่อดีขึ้นแล้ว จะคงอาการดีขึ้นได้นานมากกกว่า แม้อริยาบทในการทำงานหรือการใช้ชีวิตจะเป็นเช่นเดิมก็ตาม การนวดผ่อนคลายจะนวดทั่วตัว การนวดรักษาจะนวดเฉพาะจุดที่มีอาการเท่านั้น

ถ้าไปถึงสถานพยาบาลแผนไทยนั้นๆแล้ว คุณหมอแผนไทยถามว่า ป่วยเป็นอะไรมา? แสดงว่าหมอคนนั้นอาจไม่มีความชำนาญ หรือไม่มีภูมิรู้แผนไทยแม่นยำ แบบแผนไทย หมอจะหาสมุหฐานโรคด้วยตัวหมอเองเท่านั้น แล้วแยกเป็นอาการหลัก อาการล้อม ผู้ตรวจสอบว่าหมอวินิจฉัยสมุหฐานได้ถูกต้องไหม คือ คนไข้เอง

ยาแผนไทยที่ใช้ช่วยลดรุน้ำหนัก ส่วนใหญ่จะเป็นยารสร้อน เข้าไปช่วยขับสลายไขมันออก และไม่รวดเร็วดังเช่นยาแผนปัจจุบัน อาการข้างเคียงอาจมีบ้างที่ รู้สึกร้อนภายใน กระหายน้ำหรือท้องผูก บางรายอาจมีอาการถ่ายท้องแทน แต่ต้องเป็นสักระยะ อาการต่างๆจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แนะนำให้ลดแต่พอดีสมกับอายุ ยาแผนไทยก็อันตรายได้ ถ้าทานมากเกินไปหรือทานติดต่อกันไปนานๆ

ได้ แต่ไม่ควรทำโดยทันทีทันใด ให้ค่อยๆทานยาแผนไทยแต่น้อย ทานยาแผนปัจจุบันในขนาดปกติ แล้วค่อยๆเพิ่มยาแผนไทยขึ้น เมื่ออาการที่เป็นสามารถควบคุมได้ จนละเลิกยาแผนปัจจุบันได้

Powered by MakeWebEasy.com