วิธีการรักษา-ผู้เสพสารเสพติด รวมถึงเหล้าและบุหรี่

Last updated: 26 ก.พ. 2567  |  140 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีการรักษา-ผู้เสพสารเสพติด รวมถึงเหล้าและบุหรี่

วิธีการรักษา-ผู้เสพสารเสพติด รวมถึงเหล้าและบุหรี่


(ในวิธีการจากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย)
บทความนำเสนอโดย: อาจารย์แพทย์แผนไทยคมสัน ทินกร ณ อยุธยา


แพทย์แผนไทย ใช้วิธีบำบัดเพื่อรักษา บำบัด หมายถึง ทำให้เสื่อมคลาย รักษา มาจากคำว่ารักษ์ หมายถึงระวัง
แพทย์แผนไทยจึงบำบัด เพื่อนำสู่การรักษา บำบัดเพื่อหวังผลสามประการกล่าวคือ
1. เพื่อทำให้พิษที่ได้รับจากสารเสพติดนั้นคลายลง
2. เพื่อลดความอยากยา อย่างค่อยเป็นค่อยไป
3. เพื่อรักษาใจ ไม่ให้กลับมาเสพติดอีกครั้ง


เมื่อการบำบัดนั้นส่งผลและเป็นผลที่เสถียรในระดับหนึ่งแล้ว จึงนำเข้าสู่การรักษาต่อไป เพื่อให้การบำบัดนั้นยั่งยืน
โดยวิธีการรักษานั้นแบ่งออกเป็นสองวิธีกล่าวคือ
1. การให้ยารักษา
2. การใช้หัตถการไทยร่วมกับการรักษา


การใช้ตำรับยา และการบำบัดนั้นใช้สมุนไพรทั้งสิ้น ให้ผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยกว่าและเป็นการบำบัดรักษาไปที่รูปคือร่างกาย ไปที่นามคือใจ พร้อมทั้งรูปและนามไปพร้อมกัน ซึ่งจะอรรถาธิบายขยายความเป็นลำดับถัดไปดังนี้
ขั้นตอนในการบำบัด เพื่อลดปริมาณการใช้สารเสพติด รวมถึงเหล้าและบุหรี่
1. การคัดสรรผู้เข้ารับการบำบัดสารเสพติดโดยความสมัครใจ
- นามคือใจนั้นสำคัญมากสำหรับผู้เสพสารเสพติด ต้องสมัครใจที่จะเลิกสารเสพติดนั่นเอง หากใช้กฏเกณฑ์ หรือการบังคับจะมีโอกาสสูงมากที่ผู้เสพนั้นจะกลับไปเสพติดอีกครั้ง
- เป็นความสมัครใจเพียงเพื่อทดลองการลดการใช้เสพสารเสพติดลง มิใช่เพื่อให้เลิกเสพติดอย่างถาวร ฉะนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้สมัครใจ
- แบ่งกลุ่มตามอายุสมุฏฐานในการแพทย์แผนไทยเป็น ปฐมวัย-เสมหะสมุฏฐาน มัญชิมวัย-ปิตตะสมุฏฐาน และปัจฉิมวัย -วาตะสมุฏฐาน ซึ่งมีวิธีการบำบัดด้วยตำรับยาและหัตถการที่ต่างกันไป ทั้งรูปและนาม
- แบ่งตามเพศ และรสนิยมทางเพศ เพื่อการบำบัดทางนามจะได้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เข้าใจระหว่างกัน เกื้อกูลกันได้มากขึ้น


2. กิจกรรมกลุ่ม โดยแพทย์แผนไทย
- กิจกรรมความรู้พื้นฐานในการใช้สมุนไพรเพื่อลดสารพิษเสพติดในร่างกายด้วยตนเอง
- กิจกรรมความรู้หัตถการไทยเพื่อลดสารพิษในร่างกายด้วยตนเอง
- กิจกรรมความรู้หัตถการไทยเพื่อความผ่อนคลายด้วยตนเอง
- กิจกรรมโภชนาการศาสตร์ในการแพทย์แผนไทยเพื่อบำรุงร่างกายให้ฟื้นคืน


3. การใช้ตำรับยาเพื่อชำระสารพิษในร่างกาย
- วางตำรับยาไทยชำระพิษในร่างกายให้กับผู้เข้ารับการบำบัด (ตำรับยาพิษพินาศ)
- วางตำรับยาธรณีสัณฑฆาต เพื่อชำระพิษน้ำเหลืองเสีย จากการใช้สารเสพติด
- วางน้ำกระสายยาขับพิษทางระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบเหงื่อ
- วางน้ำกระสายยาลดความอยากเหล้าและบุหรี่
* ซึ่งจะวางแตกต่างกันตามอายุสมุฏฐาน


4. การใช้หัตถการไทยเพื่อชำระสารพิษในร่างกาย
- หัตถการเข้ากระโจมยา ด้วยตำรับยาชำระพิษ สลับกับตำรับยาในระบบทางเดินหายใจ และเพื่อทำให้ระบบเลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น
- หัตถการสระยา และแช่น้ำว่านยา เพื่อลดความร้อนและความเย็นภายในกาย อันมาแต่ผลของสารเสพติด ทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย


5. การให้สารเสพติดทดแทนกับผู้ที่สมัครใจเข้ารับการบำบัด
- ใช้กัญชา ขี้ฝิ่นและใบกระท่อมเพื่อการแพทย์ ในปริมาณที่เหมาะสม เช่นน้ำมันกัญชา หรือใบกัญชาสูบ หรือน้ำกระท่อม หรือยาดองเหล้า หรือบุหรี่ผสมยาตั้งและสมุนไพรอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้อาการลงแดงจากสารเสพติดที่ร้ายแรงกว่าลดลง และไม่ก่อให้เกิดทุกขเวทนามากนัก ซึ่งจะใช้เฉพาะในขั้นตอนการบำบัดเท่านั้น และเมื่อผ่านขบวนการรักษาจะทำให้ไม่เสพติด สารเสพติดทดแทนนี้ต่อไป
- ผู้สมัครใจใช้สารเสพติดทดแทน มีโอกาสมากกว่าที่จะลดปริมาณการใช้สารเสพติดที่เสพอยู่มากขึ้นกว่าเดิม
สูตรตำรับกระสายเบื่อเหล้า~เหม็นบุหรี่
ส่วนประกอบ
- หญ้าดอกขาว
- ลูกมะขามป้อม
- ผักกาดน้ำ
- ใบโปร่งฟ้า
* ทั้งหมดส่วนเสมอ ต้มเดือดแล้วกรอง ปริมาณสองส่วน
- รากมะนาว
- รากนมนาง
- ผิวมะนาว
* ทั้งหมดส่วนเสมอ ต้มเดือดแล้วกรอง ปริมาณหนึ่งส่วน
- น้ำมะนาวคั้นสด
* ปริมาณหนึ่งส่วน


นำทั้งหมดลงผสมตามส่วนที่แจ้ง ใช้จิบเมื่อรู้สึกอยากยา~เหล้า~บุหรี่
ในลำดับการบำบัดทั้ง5ขั้นตอนดังกล่าวมาข้างต้นนี้จะช่วยเกื้อกูลประสานกันในทุกกิจกรรม ซึ่งหวังผลเพียงเพื่อลดปริมาณการใช้เสพสารเสพติดแต่ละชนิดลงทีละน้อยเท่านั้น มิได้มุ่งหวังให้ผู้เสพเลิกเสพติดอย่างถาวร ซึ่งนั่นจะอยู่ในขั้นตอนการรักษาดังจะกล่าวต่อไปนี้ในบทว่าด้วยการรักษาเพื่อให้เลิกเสพติดอย่างยั่งยืน รวมไปจนถึงเหล้าและบุหรี่ด้วยแพทย์แผนไทย ใช้วิธีบำบัดเพื่อรักษา บำบัด หมายถึง ทำให้เสื่อมคลาย รักษา มาจากคำว่ารักษ์ หมายถึงระวัง


แพทย์แผนไทยจึงบำบัด เพื่อนำสู่การรักษา บำบัดเพื่อหวังผลสามประการกล่าวคือ
1. เพื่อทำให้พิษที่ได้รับจากสารเสพติดนั้นคลายลง
2. เพื่อลดความอยากยา อย่างค่อยเป็นค่อยไป
3. เพื่อรักษาใจ ไม่ให้กลับมาเสพติดอีกครั้ง


เมื่อการบำบัดนั้นส่งผลและเป็นผลที่เสถียรในระดับหนึ่งแล้ว จึงนำเข้าสู่การรักษาต่อไป เพื่อให้การบำบัดนั้นยั่งยืน
โดยวิธีการรักษานั้นแบ่งออกเป็นสองวิธีกล่าวคือ
1. การให้ยารักษา
2. การใช้หัตถการไทยร่วมกับการรักษา


การใช้ตำรับยา และการบำบัดนั้นใช้สมุนไพรทั้งสิ้น ให้ผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยกว่าและเป็นการบำบัดรักษาไปที่รูปคือร่างกาย ไปที่นามคือใจ พร้อมทั้งรูปและนามไปพร้อมกัน ซึ่งจะอรรถาธิบายขยายความเป็นลำดับถัดไปดังนี้
ขั้นตอนในการรักษา เพื่อให้เลิกจากสารเสพติด รวมถึงเหล้าและบุหรี่ อย่างยั่งยืน
1. เกณฑ์มาตรฐานในการคัดเลือกจากผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้ว
- ผ่านขั้นตอนการบำบัดมาแล้ว
- ผลการตรวจสารเสพติดแล้วว่ามีนัยยะลดลงตามลำดับ
- สมัครใจเองที่จะเลิกเสพติดอย่างถาวร
- มีผลรับรองเป็นเอกสารยืนยันความสมัครใจจากบุคคลใกล้ชิดหรือครอบครัว
- มีผลยืนยันจากแพทย์แผนไทยที่ทำการบำบัด


2. การรักษาทางนามในแบบ Buddy ตลอดการรักษา
- สามคู่ Buddy ต่อแพทย์แผนไทยหนึ่งคน
- กิจกรรมกลุ่มบัดดี้สัปดาห์ละครั้งในหัวข้อ “หนึ่งสัปดาห์ของชีวิตที่ผ่านมา”
- กิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพกายใจด้วยสมุนไพร เพื่อรักษ์ตนเอง
* กิจกรรมโดยแพทย์แผนไทย ในขั้นตอนนี้ยังต้องวางกระสายเบื่อเหล้า~เหม็นบุหรี่(เมื่ออยาก)


3. การวางตำรับยากระทุ้งพิษแบบยั่งยืน
- ตำรับยาพิษพินาศ
- ตำรับยาสามราก (รากโลดทะนงแดง,รากปลาไหลเผือก,รากรังร้อน)ฝนน้ำซาวข้าว ***
- ตำรับน้ำกระสายยาขับปัสสาวะ
* ในความควบคุมโดยแพทย์แผนไทยอย่างใกล้ชิด


4. การวางตำรับยาล้อมอาการในทุกรูปธาตุ
- ตำรับยาฟื้นรูปธาตุดิน
- ตำรับยาบรรเทาอาการทางธาตุน้ำ
- ตำรับยาบรรเทาอาการทางธาตุลม
- ตำรับยาบรรเทาอาการทางธาตุไฟ
* ตามเหตุสมุฏฐานที่แพทย์แผนไทยได้วินิจฉัยเฉพาะราย


5. การวางตำรับยาทางนาม
- น้ำมันกัญชาสกัด %ต่ำๆ
- ยาหอมเทพบรรทม เข้ากระสายน้ำต้มช่อดอกกัญชา
- ยาหอมกล่อมอารมณ์ เข้าใบกัญชา
- ตำรับยาเข้ากัญชาที่เหมาะสม
* ตามเหตุสมุฏฐานที่แพทย์แผนไทยได้วินิจฉัยเฉพาะราย


6. การวางน้ำกระสายขับพิษ และฟื้นฟูรูปธาตุ
- วางกระายยาขับพิษ
- วางกระสายยาตามรูปธาตุ
- วางกระสายยาฟื้นฟู
* วางเป็นกระสายสลับต่างน้ำตลอดเวลาแบ่งเป็นกาลสามเช้าถึงค่ำ
* ตามเหตุสมุฏฐานที่แพทย์แผนไทยได้วินิจฉัยเฉพาะราย


การรักษาจักยั่งยืนได้ด้วยเหตุสามปัจจัยกล่าวคือ
1. ผู้เสพติดเอง เป็นหลักที่ยั่งยืนที่สุด
2. ครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดเป็นเพียงผู้สนับสนุน
3. สังคมโดยรวม เป็นแรงหนุนนำ และผลักดัน
หากสามปัจจัยนี้เกื้อกูลกันย่อมนำมาซึ่งแรงผลักดันให้การเลิกเสพติดนั้นยั่งยืนถาวร



Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้