โทษแห่งอุทริยังต่อฝีมะเร็ง

Last updated: Feb 20, 2017  |  1002 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ อ.คมสัน

โทษแห่งอุทริยังต่อฝีมะเร็ง

โทษแห่งอุทริยังต่อฝีมะเร็ง
บทความโดย แพทย์แผนไทยคมสัน ทินกร ณ อยุธยา (พท.ว/พท.ภ)
สำนักคลินิกการแพทย์แผนไทยหม่อมราชวงศ์สอาด ทินกร และในสังกัดบริษัทภูลประสิทธิ์ จำกัด

บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัทภูลประสิทธิ์ เท่านั้น (ขออนุญาติก่อนนำลงเผยแพร่ต่อไป)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------

การอรรถาธิบายความทั้งหมดนี้เป็นเพียงการขยายความเพิ่มจากที่บรมครูท่านกล่าวแสดงไว้ในคัมภีร์เล่มต่างๆ
ผู้ศึกษาจำต้องเข้าใจให้ถ่องแท้จึ่งนำไปใช้อ้างอิงได้อย่างเที่ยงตรง
"เหตุเพราะคัมภีร์การแพทย์แผนไทยนั้นเปรียบดั่งกรอบการวินิจฉัยของหมอไทยประดุจเสาเอกที่มั่นคงของบ้านเรือนเปรียบดั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศที่ล่วงละเมิดมิได้ เป็นหลักยึดนำชัยในการรักษาพยาบาลผู้ไข้ทั้งปวง"
ต้องเรียนรู้ด้วยความเข้าใจในกายวิภาคศาสตร์แลสรีระศาสตร์ของบรมครูท่านทั้งหลายสิ้น นั้นคือธาตุทั้ง๔๒ประการแล เรียนรู้ความปรกติกายเพื่อจักเข้าใจในอปรกติอาการดั่งแจงไว้ในคัมภีร์สิ้นแล้ว
บรมครูท่านช่างเป็นครูผู้สร้างแรงบันดาลใจให้หมอไทยทั้งปวง
ด้วยสำนึกในกตัญญู กตเวทิตาธรรมแห่งบรมครูผู้รจนาคัมภีร์ทั้งมวล
(ศิษย์ในบรมครูท่าน นายคมสัน ทินกร ณ อยุธยา)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------

อุทริยัง หมายที่อาหารใหม่/น้ำใหม่/อากาศใหม่ อาหารใหม่เข้าไปแทนที่อาหารเก่าที่ถูกขับออก(อุจจาระ),น้ำใหม่เข้าไปทดแทนน้ำเก่าที่ถูกขับออก(ปัสสาวะ),อากาศใหม่เข้าไปทดแทนอากาศเก่าที่ถูกขับออก(ลมหายใจออก) ระบบเป็นเช่นนี้ สิ่งหนึ่งเข้าไป(อุทริยัง)สร้างอีกสิ่งหนึ่ง(พลังงาน)กลายเป็นอีกสิ่ง(กรีสัง) ชีวิตจึงดำรงธาตุขันธ์อยู่ได้ปรกติสุข
หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปชีวิตจะดับสูญ อาหาร,น้ำ,และอากาศถูกนำไปสร้างเป็นธาตุสี่คือดิน,น้ำ,ลม,ไฟขับเคลื่อนการทำงานของอวัยวะน้อยใหญ่ซ่อมสร้างสิ่งที่สึกหรอไป
อุทริยังจึ่งเปรียบได้กับตำรับยารักษาอาการของโรคทั้งสร้างทั้งเสริมทั้งบำรุง ยามเจ็บป่วยไม่สบายร่างกายยิ่งต้องการอุทริยังมากกว่าปรกติเพื่อเติมเพื่อเสริมส่วนขาด คุณประโยชน์ของอุทริยังนั้นมากมายนักแต่ขณะเดียวกันก็มีโทษมากเช่นกันหากกินไปแล้วผิดโรคกินไปแล้วแสลงโรคกินไปแล้วบำรุงโรคกินไปแล้วสร้างโรคเพิ่ม หมอไทยจึ่งมีวิชาแห่งอุทริยัง จะกินจะดื่มจะหายใจเข้าให้เหมาะกับโรค ห้ามกินห้ามดื่มห้ามหายใจที่แสลงโรคที่ขัดกับโรค
ฝึมะเร็งร้ายคือส่วนหนึ่งของธาตุดินที่พิการไปที่เกินออกมาจากส่วนเดิมปรกติกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายแลต้องการอุทริยังในการหล่อเลี้ยงเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนทึ่สึกหรอเช่นกายปรกติเราวิ่งอยู่ในมังสังในโลหิตในบุพโพ
เป็นธรรมชาติที่อปรกติเป็นส่วนเกินของร่างกายและเกิดอยู่ในร่างกาย
อุทริยังจึ่งมีผลดีโดยตรงต่อก้อนฝีมะเร็งนั้นเช่นเดียวกับร่างกายเรา การตัดอุทริยังที่ชอบเป็นวิธีการหนึ่งในขั้นตอนการรักษาของหมอไทยเพิ่มเติมจากการวางตำรับยารักษาที่รักษาทั้งกายทั้งใจของผู้ไข้ไปพร้อมกันในที่นี้จักขอกล่าวอุทริยังที่ควรแลไม่ควรต่อฝีมะเร็งร้ายเป็นแต่โทษไม่มีคุณต่อฝีมะเร็งร้ายนั้น
อาหารใหม่
อาหารที่บำรุงที่ชอบกับธาตุดิน คือรสฝาด,หวาน,มัน,เค็ม ล้วนไปบำรุงเนื้อฝีร้ายด้วยห้ามนำมาประกอบเป็นอาหารใหม่เป็นรสต้องห้ามสำหรับผู้ไข้ฝีร้ายมะเร็ง
รสฝาด เช่นผักผลไม้ที่ยังไม่สุก,ยังดิบ,ยังอ่อนอยู่ทุกชนิด เช่นจำพวกยอดผักต่างๆ,ผลไม้ที่ยังดิบอยู่ทุกชนิด
รสหวาน เช่นน้ำตาลทรายทุกชนิด,ผลไม้ที่มีรสหวานมากๆ,ผักที่มีรสหวานแทรก
รสมัน เช่น นมสัตว์ทุกชนิด,ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมสัตว์,ผลไม้รสมัน,ถั่วที่มีรสมันชัดเจน
รสเค็ม เช่น เกลือ และผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่มีรสเค็ม
นอกจากนั้นเนื้อสัตว์หยาบเช่น เนื้อวัว,เนื้อหมู,เนื้อไก่ ล้วนชอบกับฝีมะเร็งร้ายทั้งสิ้นต้องงดลงห้ามกิน โบราณวิธีให้ผู้ไข้มะเร็งกินเพียงข้าวแดงกับปลาแห้งแนมแตงโมเท่านั้น แล้วหมอไทยจักตั้งเครื่องยาบำรุงร่างกาย,บำรุงโลหิต โดยเครื่องยาที่นำมาปรุงจะไม่มีรสฝาด,หวาน,มัน,เค็มเช่นกัน เพื่อไปเติมเนื้อส่วนดีไม่นำไปเลี้ยงเนื้อส่วนร้าย
น้ำใหม่
น้ำจำเป็นต่อผู้ไข้ฝีร้ายเหตุเพราะผู้ไข้จักมีกำเดาภายในสูงโบราณวิธีให้ดื่มเพียงน้ำฝนเจือขี้เถาหรือปูนแดงเสียก่อนเท่านั้นและให้เพียงค่อยๆจิบบ่อยๆไม่ใช้วิธีดื่มในคราวเดียว เพราะภายในที่มีกำเดาสูงอยู่แล้วเปรียบดั่งเตาไฟถ้าเอาน้ำไปราดเข้า ไฟจักดับเร็วเกิดควันลอยขึ้นบน คือเกิดลมร้อนอย่างกระทันหันพัดขึ้นบนเกิดอาการลมตีขึ้นบนทันทีอันตรายต่อผู้ไข้นั้นในสมัยนี้ชอบกับเครื่องดื่มเย็นความเย็นต้องห้ามสำหรับผู้ไข้มะเร็ง,น้ำก็ต้องสะอาดกว่าน้ำประปาอาจใช้เป็นน้ำด่างอย่างที่นิยมกัน(โบราณนำน้ำฝนมาผสมขี้เถาหรือปูนแดงแล้วรอให้ตกตะกอนช้อนมาให้ผู้ไข้จิบเฉพาะส่วนบนๆเท่านั้น)
น้ำเหล้า,น้ำชา,น้ำกาแฟ,น้ำอัดลม,เครื่องดื่มชนิดน้ำทุกชนิดจากอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ล้วนต้องห้ามสำหรับผู้ไข้ฝีร้าย เหล้านั้นร้อน ชานั้นฝาดอุ่น กาแฟมีสารเสพติด เครื่องดื่มอุตสาหกรรมผสมสารเคมี,สีเคมี อันตรายทั้งหมดต้องห้ามเด็ดขาด
อากาศใหม่
อยู่ในที่ที่มีอากาศปลอดโปร่งโล่งสบายไม่ใช่ไปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมอุดอู้ อยู่ในที่ที่มีอากาศงามสะอาดไม่ใช่ในห้องปรับอากาศที่มีแต่สารต่างๆจากเคมีในเครื่องปรับอากาศนั้น อากาศก็ไม่มีการเวียนไหลถ่ายเทเชื้อโรคสารพัดชนิดก็ลอยวนอยู่ในนั้นเช่นกัน แถมอากาศยังผิดธรรมชาติมีแต่ฤดูหนาวในสถานที่นั้น
ฝึกการหายใจใหม่หากอยู่ในที่อากาศงามแล้วหายใจเข้าให้ลึกๆค่อยๆผ่อนลมหายใจออกนำของดีเข้าให้มากที่สุดจักได้ไม่เหนื่อยมากร่างกายจะค่อยๆสดชื่นแข็งแรงต้านฝีร้ายได้
เมื่อนำเข้าด้วยอุทริยังแล้วก็ต้องนำกรีสังออกมิให้หมักหมมด้วยสิ่งสกปรก ไม่ถ่ายให้ถ่าย ไม่ฉี่ให้ฉี่ หายใจเข้าลึกก็นำเอาลมเสียออกมากับลมหายใจออกได้มากขึ้นเช่นกัน ปฎิบัติได้ดั่งนี้ฝีร้ายจักค่อยๆลดลำดับลงที่โตก็หยุดที่หยุดก็ฝ่อ
เพราะไม่ได้อุทริยังไปเลี้ยงดูขาดอาหาร,น้ำ,อากาศ

บทความนี้อาจารย์ขออุทิศให้เพื่อนของอาจารย์คนหนึ่ง เธอเป็นผู้ตั้งมั่นทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ไข้ฝีร้ายมะเร็งทั้งหลาย แต่แลสุดท้ายเธอก็พบว่ากายเธอเองก็มีฝีร้ายมะเร็งเช่นกัน อาจารย์ขอเป็นหมอให้เธอขอเป็นกำลังใจให้เธอขอบุญรักษาเธอขอให้เธอหายวันดีวันขอให้เธอมีพลังใจที่เข้มแข็งมากมายแลขอให้เธอจงหายโดยพลัน

เขียนบทความนี้โดย แพทย์แผนไทยคมสัน ทินกร ณ อยุธยา(สงวนลิขสิทธิ์หากนำไปใช้อ้างอิง)

Powered by MakeWebEasy.com